banner_UK

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ใช้แทนกันได้

เวรผลัดหัวค่ำวันหนึ่ง อากาศดี ฟ้าฝนไม่มีลมโชยเย็นสบาย เป็นที่ปรารถนาของร้อยเวรจราจร
นั่นหมายถึงโอกาสที่รถจะชนกันต้องน้อยกว่าวันฝนตกแน่นอน คิดได้ดังนั้นก็กะว่าจะเคลียร์สำนวนที่
ค้างเก่าอยู่ซะหน่อย ใกล้ถึงกำหนดเบิกค่าสำนวนแล้ว ขณะกำลังค้นหาสำนวนที่หมกไว้นานที่สุด ก็มี
เสียงเอะอะโวยวายดังมาไกลๆ นึกในใจว่า โชคดีนะที่เข้าเวรจราจร สงสัยมีคดีคนเมาเข้ามาแน่เลย อิอิอิ
ว่าแล้วเสียงเปิดประตูห้องรับแจ้งความดังขึ้นแบบคนเปิดไม่ค่อยพอใจ เท่าไหร่ ตามด้วยเสียงถามหาแบบขุ่นๆ
“ป๋า ร้อยเวรจราจรอยู่มั๊ย ?” ไม่มีเสียงตอบ แต่พอนึกออกว่าผู้ถูกถามจะต้องก้มหน้าเขียนอะไรอยู่ก็ไม่รู้
แล้วชี้นิ้วโป้งผ่านข้างหูบอกทิศทางที่ผมอยู่ในห้องพนักงานสอบสวนแน่นอน
“อ้าว ไรวะ ทำไมหวยมาออกที่ตูได้วะเนี่ย” ผมนึกในใจพลางเดินออกมาจากห้องพนักงานสอบสวน
ซึ่งมักจะอยู่ติดกับห้องรับแจ้งความของทุกโรงพัก จะมีก็เพียงประตูไม้บานทึบและกระจกไว้กันผู้บังคับบัญชา
เอ๊ย คู่ความที่จะเปิดเข้ามา ด้วยความคาใจไม่ทันต้องรอให้คนถามมาเปิดประตู ผมชิงเปิดก่อนแล้วรีบแสดงตัว
“ว่างัยจ่า มีอะไรครับ”
“หมอนี่ขับรถบรรทุกผิดเวลาครับ ขอดูใบขับขี่ก็ไม่มี ผมออกใบสั่งให้ก็ไม่ยอมครับ” จ่าตอบด้วยอารมณ์
ฉุนเฉียว สังเกตสีหน้าแล้ว คงโต้เถียงกันมาตั้งแต่ ณ ที่เกิดเหตุแล้วล่ะเชื่อได้ว่าถ้าไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติ
หน้าที่ต้องมีวางมวยกันแน่
“คุณขับรถเข้ามาในเวลาห้ามจริงรึป่าว” ผมถามเพื่อต้องการสอบสวนข้อเท็จจริง
“จริงครับหมวด” เสียงตอบจากคนขับฟังสำเนียงแล้ว ต้องเป็นภาคเดียวกับผมแน่
“อ้าว แล้วเถียงกันเรื่องอะไรเนี่ย?” ผมถามด้วยความงง เพราะคนจับก็จับตามหน้าที่ คนถูกจับก็ทำผิด
ตามหน้าที่ เอ๊ย เพราะฝ่าฝืนกฎหมาย ทุกอย่างมันก็น่าจะแฮปปี้เอนดิ้ง
“ก็ผมแจ้งขอหาไม่พกใบอนุญาตขับขี่ เค้าไม่ยอมรับครับ เถียงผมว่ามีใบอนุญาตขับขี่
ผมขอดูก็ให้มาแต่สำเนาใบขับขี่ แต่ขนาดเท่าใบขับขี่และเคลือบมาอย่างดีเลยครับ” จ่าตอบ
“ก็นี่ผมถ่าย(เอกสาร)มาจากตัวจริงเลยครับ ข้อความ รูป ลายเซ็นต์เหมือนในตัวจริงเป๊ะ
สามารถใช้แทนกันได้ แล้วจะแจ้งข้อหาผมไม่มีใบอนุญาตขับขี่ได้ยังงัย” คนขับอธิบาย
ผมเริ่มคล้อยกับคำตอบที่ได้รับ “เออ จริงแฮะ เหมือนเป๊ะเลย”
เพื่อให้เหตุการณ์ไม่บานปลายและสงบลงให้เร็วที่สุด ผมจึงให้คนขับรถอยู่กับป๋าที่ห้องรับแจ้งความ
ส่วนจ่าคนจับผมก็เรียกมาคุยในห้องพนักงานสอบสวน สอบถามได้ความว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ถนนพหลโยธิน
ได้มีรถบรรทุกสิบล้อขับเข้ามา ซึ่งเป็นเวลาห้าม จ่าก็เรียกและขอดูใบอนุญาตขับขี่ เจ้าคนขับก็เอาสำเนาที่เคลือบ
เหมือนตัวจริงให้ จ่าก็ได้แจ้งว่าเป็นสำเนาไม่สามารถนำมาใช้แทนตัวจริงได้ คนขับไม่ยอมบอกว่า เอกสารข้อความ
ทุกอย่างเหมือนกัน เลขที่ก็เลขที่เดียวกัน ไม่เชื่อก็ให้ไปเช็คที่กรมขนส่งฯได้เลย แล้วก็ยืนยันที่จะไม่ให้ตัวจริง โดย
ให้เหตุผลว่า เวลาตำรวจจับกว่าจะได้ตัวจริงคืนบางทีต้องเสียเวลาเยอะ เพราะตำรวจชอบอ้างว่า ใบขับขี่อยู่ที่คนจับ
เถ้าแก่ก็เลยแนะนำให้ถ่ายสำเนาแล้วให้สำเนาไปแทน
ผมก็เลยมาถึงบางอ้อว่า ทำไมจ่าถึงได้ฉุนขนาดนี้ เพราะจริงๆตำรวจเราก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ
คนไทยเหมือนกัน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะพออลุ้มอล่วยให้ แต่ถ้าเจอพวกหัวหมอประกอบกับชอบลองของ
นี่จะทำให้อารมณ์เสียมาก เพราะอยู่หน้างานดมควันมาทั้งวันก็เหนื่อยแย่แล้ว ยังมาเจอคนทำผิดกฎมาทำหัวหมอใส่
ยิ่งเหมือนเอาน้ำมันมาราดใส่กองไฟ
“เอางี้ จ่า ดูเฉยๆเดี๋ยวผมจัดการเจ้าหมอนี่เอง” ผมแนะนำ ทั้งๆที่ก็ยังไม่รู้หรอกว่าจะจัดการยังไงดี
แต่ที่แน่ๆต้องเปรียบเทียบ ปรับข้อหาขับรถในเวลาห้ามก่อน ส่วนเรื่องใบขับขี่ค่อยว่ากัน
“ปรับ 500 บาท ครับ” ผมแจ้งข้อหาพร้อมเปรียบเทียบ เพราะผู้ต้องหารับสารภาพข้อหาขับรถในเวลาห้ามแล้ว
“นี่ครับแบงค์พัน ทอนห้าร้อยด้วยนะครับ แล้วขอใบเสร็จด้วยจะได้ไปเบิกเถ้าแก่” คนขับพูดพลาง
หันมองหน้าจ่าคนจับแล้วยิ้มให้พร้อมยักคิ้วสองที
ผมนึกในใจ ไม่แปลกใจเลยทำไมจ่าแกฉุนขนาดนี้ เพราะปกติผมก็คุ้นเคยกับแกดี เล่นฟุตบอล
ด้วยกันบ่อย ปกติแกเป็นคนใจเย็น ขณะอารมณ์ผมเริ่มก่อตัว ก็มีเสียงป๋ามาขัดจังหวัดพอดี
“หมวดผมไม่มีตังค์ทอน เอาตังค์หมวดทอนก่อน” แล้วความคิดแก้เผ็ดมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
มิอาจทราบได้ ผมควักแบงค์ห้าร้อยออกมาจากกระเป๋า แล้วพลางนึกขึ้นได้ จึงยื่นให้กับจ่าคนจับพร้อมกระซิบ
แผนเด็ดให้จ่าคนจับไปจัดการ ส่วนคนขับทำหน้างงๆยื่นมือมารับเก้อ แล้วมองหน้าผม ผมก็เลยส่งยิ้มให้แล้ว
บอกว่า
“รอแป๊บนึงนะ เด๊วทอนให้”
สิบนาทีต่อมา จ่าคนจับกลับมาที่ห้องรับแจ้งความ แล้วส่งแบงค์ห้าร้อยคืนให้ผม ท่ามกลางความงง
ของป๋าคนออกใบเสร็จ พร้อมกับยื่นเงินทอนค่าปรับให้กับเจ้าคนขับ ผมได้สังเกตเห็นลักษณะหน้าตาที่ดูจะ
เย้ยหยันพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นงงเป็นหมาอมฮอลล์ อุทานด้วยตกใจ
“เฮ้ย นี่มันแบงค์ห้าร้อยถ่ายเอกสารนี่หว่า” ตามด้วยคำถามติดๆ “แล้วแบงค์ห้าร้อยจริงอยู่ไหน”
จ่าคนจับอมยิ้มแล้วตอบพร้อมกับยักคิ้วให้เจ้าคนขับหัวหมอ
“อะไรกัน นี่มันใช้แทนกันได้ ข้อความเหมือนกันเป๊ะ ลายเซ็นต์ก็เหมือนเป๊ะ”
แล้วเจ้าคนขับก็ต้องยอมรับอีกหนึ่งข้อหา ดีกว่าได้สำเนาตังค์ทอน แหม! คิดได้งัย ออกเวรดีกว่า ผลัดหน้าเจอกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น