“ร้อยเวรทุกท่าน ใครเป็นเจ้าของคดีนาย.......................... คดีลัก ชิง ปล้น บ้าง ประชุมด่วน จับตัวได้แล้ว” ท่านรองผู้กินกับ ประกาศแจ้งข่าว น่าจะเป็นข่าวร้ายสำหรับเจ้าของคดีทุกท่าน เพราะใครที่มีคดีผู้ต้องหาคนเดียวกันนี่ ความน่าเบื่อที่สุดก็คือ การอายัดผู้ต้องหา แล้วถ้าโชคดีกว่านั้น ถ้ามีการกระทำผิดหลายท้องที่ กว่าจะได้ไปสอบสวนผู้ต้องหากันก็สนุกสนานไม่เบา ชื่อผู้ต้องหารายนี้ไม่คุ้นเลย ของเราไม่มีแน่ ก็รอดตัวไป แต่เรื่องมันกลับไม่ง่ายดังคาด เมื่อผู้เสียหายคดีลักทรัพย์ไม่รู้ตัวรายหนึ่งโทรหาผม
“หมวดคะ มีสายสืบ บก.มาพบที่บ้าน บอกจับคนร้ายที่เคยลักทรัพย์บ้านพี่ได้ และให้พี่ไปดูของกลางเพื่อขอรับคืนค่ะ” เสียงหวานๆของผู้เสียหาย สามารถละลายความรื่นเริงเปลี่ยนเป็นความเครียดของผมขึ้นมาทันที และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมก็มักนึกถึงเพลงๆนึงทุกครั้งเหมือนกัน “อยู่ๆก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ........” พูดอะไรก็ไม่ออกได้แต่ “เฮ้อ!!!!!”ก่อนจะตอบไปว่า
“ได้ครับ เดี๋ยวผมทำหนังสือไปขอรับของกลางให้นะครับ แล้วเดี๋ยวพี่มาช่วยมารับผมที่โรงพักไปกับพี่ด้วยได้หรือป่าวครับ” ผมบอกกึ่งขอร้อง เพราะอะไรที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ต้องทำทุกทาง นอกจากเงินเดือนเพียวๆซื้อทองได้ยังถึงบาทเลย แถมโดนหัก ณ ที่จ่ายสารพัด
“ตกลงค่ะ อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงพี่เข้าไปรับค่ะ” เธอตอบอย่างเมตตาผมและเข้าใจชีวิตตำรวจดีครับ เพราะจากการที่ผมได้ไปดูแลคดีนี้ เป็นบ้านหลังใหญ่โตมากผมใช้เวลาเกือบสองสามชั่วโมงในการตรวจสอบร่องรอยการงัดแงะทั่วบ้านเมื่อตอนที่บ้านเธอถูกขโมยขึ้น
แต่เมื่อเธอมาถึง ปรากฎว่าผมถูกเรียกตัวไปทำอีกคดีนึงอย่างกระทันหัน จึงได้ให้รุ่นน้องที่เป็นหมวดฝึกงานไปกับผู้เสียหายแทน โดยผมประสานไว้กับรุ่นพี่ที่เป็นสายสืบคนจับผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้ว ก็ทราบข้อมูลมาว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุน่ะมีสองคน ไปร่วมกันชี้บ้านที่เคยลักทรัพย์ แต่มีผู้ต้องหาคนนึง ถูกวิสามัญไปแล้ว และก็น่าจะเป็นคนที่ถูกวิสามัญนั่นล่ะที่เป็นคนลักทรัพย์ในคดีนี้ อีกคนที่รอดน่ะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์นี้หรือป่าว เพราะของกลางเยอะมากและเป็นหลายสิบคดี ผมก็ภาวนาขอให้เป็นคนที่ถูกวิสามัญไปแล้วละกัน เมื่อผู้เสียหายรับของกลางเสร็จกับกลับมาที่โรงพักเพื่อบันทึกรับของกลางเข้าสำนวนแล้วคืนให้ผู้เสียหายไป
หลังจากเหตุการณ์วันดังกล่าวประมาณหนึ่งเดือน ในการประชุมกลุ่มงานสอบสวนประจำเดือนก็มีการกล่าวถึงคดีที่ผู้ต้องหารายนี้กระทำผิดหลายสิบคดี และท่านหัวหน้ากลุ่มงานก็ได้แจ้งว่า ผู้ต้องหารายนี้คดีแรกศาลชั้นต้นยกฟ้อง ทำให้เค้าร้องขอความเป็นธรรมคดีที่เหลือทุกคดี ซึ่งมีอยู่คดีหนึ่งเป็นของโรงพักเราแต่หาสำนวนและเจ้าของคดีไม่เจอ ผมนึกในใจ ใครมันช่างกล้าหมกคดีสำคัญขนาดนี้ได้เนี่ย เกิดเค้าฟ้องกลับนี่ยุ่งเลยนะเนี่ย
เรื่องราวในคดีลักทรัพย์ของผมก็น่าจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ผู้เสียหายได้ทรัพย์ของกลางคืนแล้ว และคนร้ายก็ตายไปแล้ว คดีก็น่าจบสรุปสำนวนได้เลย เรื่องมันก็น่าจะจบอยู่แค่นี้ ขณะที่ผมกำลังนั่งทำรายงานการสอบสวนเพื่อปิดคดี เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหามีเลขคดีลักทรัพย์ของผม
“อ้าว น้อง แอร์ก็เย็น ทำไมเหงื่อชุ่มเลยวะ” รุ่นพี่ที่กำลังเข้าเวรเดินผ่านมาที่โต๊ะก็ทักแกมหยอก ซึ่งผมนั่งอยู่โต๊ะแรกอยู่แล้ว ใครเดินผ่านก็ชอบมาทักหยอกผม ผมรู้ดีว่าแอร์ในห้องน่ะเย็นมาก แต่ที่เหงื่อแตกอ่ะ ไม่ใช่ร้อน แต่อาการนี้เค้าเรียกหนาวขี้ ร้อยเวรทุกคนจะเคยเป็นครับ ตอนที่ลืมฝากขังแล้วศาลปล่อยตัวผู้ต้องหาเนี่ย หรือไม่ก็เวลามีผู้เสียหายมาถามถึงความคืบหน้าของคดีที่ลืมรับเลขคดีไว้น่ะครับ อาการเดียวนั้นเลย!!!
แสดงว่าคดีที่เค้าถามหากันน่ะ คดีของเราเองเหรอเนี่ย แม่จ้าว เราพลาดได้ยังไง แล้วนี่มันฟาดเข้าไปเกือบสามเดือนแล้วที่หาตัวเจ้าของคดีไม่เจอ แถมหัวหน้าสถานีเป็นคนตามเรื่องเองเลย เราไปพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาตอนไหน ก็รู้อยู่เต็มออกว่าคดีนี้ผู้ต้องหาเราตาย หรือว่าพวกกู้ภัยที่รับศพพิมพ์มาให้ แต่พอพิจารณาลายมือเขียนที่บันทึกประวัติผู้ต้องหา คุ้นๆนี่ลายมือน้องฝึกงานเรานี่หว่า เลยถึงบางอ้อ วันนั้นให้ไปกับผู้เสียหาย แสดงว่าเป็นฝีมือน้องเรานั่นเอง สารพัดคำถามมาเต็มสมองผมไปหมด บวกกับเรื่องราวต่างๆนาๆที่คิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ผมทำได้ดีที่สุดอันดับแรกคือ หาดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้พระครับ ตายแหงๆงานนี้ ผมรู้ผลกรรมดี แต่อย่างน้อยขอไหว้พระเผื่อจะได้ขึ้นสวรรค์กับเค้าบ้าง ว่าแล้วก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ๆ สามเฮือก
“เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ”
แต่แล้วไอเดียบรรเจิดก็เกิดขึ้นในหัว ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้นี่หว่าว่าเป็นคดีเราเอง โอกาสรอดยังมีแฮะ ผมก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะพลังดิ้นตายมากขนาดนี้ ผมสามารถไปสอบปากคำผู้ต้องหาเจ้าของลายนิ้วมือเนี้ยะที่เรือนจำทันที แล้วสรุปสำนวนได้ภายในวันเดียว เสนอผู้บังคับบัญชาเซ็นต์ภายในคืนนั้น แน่นอนครับ คดีนี้หัวหน้าสถานีไม่ได้เซ็นต์แน่นอนเพราะถ้าขืนได้เซ็นต์ผมตายคาโต๊ะแกแน่ คดีที่ด่วนขนาดนี้ ระดับ สบาย 2 (สบ 2) ก้อปฏิบัติแทนได้ครับ เช้าวันรุ่งขึ้นสำนวนก็ถึงมือท่านอัยการ และก็ยื่นฟ้องภายในเวลารวดเร็วมากจากการประสานงานของผม แล้วที่เหลือก็แค่เป็นเรื่องนำเลขคดีดำกับวันที่ยื่นฟ้องมาเก็บไว้ที่ตัวเพื่อรอการเรียกถาม
และก็เป็นไปดังคาดครับ ความลับไม่มีในโลก โดยเฉพาะเลขคดีสำนวนการสอบสวน หลังจากนั้นสามวันหัวหน้าสถานีไปตรวจสอบด้วยตัวเองจนทราบว่าคดีที่กำลังหาอยู่น่ะ มีผมเป็นเจ้าของคดี จึงได้เรียกผมไปพบด้วยอารมณ์ บ่ จอย
“ทำไมคุณไม่รู้ว่าเป็นคดีของคุณ ไหนเอาสำนวนให้ผมดูซิ” หัวหน้าถามแบบเสียงขุ่นๆ
“สำนวนเลขคดีที่เท่าไหร่ท่าน เดี๋ยวผมไปค้นมาให้ครับ” มุขเดิมครับ ตีหน้าเซ่อ ตอบแบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นผมก็แกล้งหายไปสิบห้านาที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะประตูก่อนเข้าเพื่อเรียกความมั่นใจก่อน
“เข้ามาเลย” เสียงยังขุ่นเหมือนเดิม อาการนี้ถ้าพลาดโดนขย้ำชัวร์
“ท่านครับผมขอโทษด้วยที่ทำให้ท่านกังวลมานาน คือ เหตุที่ผมไม่ทราบก็เพราะว่า เดิมทีคดีนี้เป็นลักทรัพย์ไม่รู้ตัวครับ ในสมุดคุมคดีก็เลยใส่เป็นลักทรัพย์ไม่รู้ตัวตั้งแต่แรก ต่อมาจับกุมผุ้ต้องหาได้ ผมก็ไปรับของกลางคืน และอายัดตัวผู้ต้องหาไว้ สำนวนส่งอัยการไปนานแล้วครับ ผมสอบถามท่านอัยการแล้ว ได้ฟ้องต่อศาลไปแล้วครับ นี่เลขคดีดำครับ” ผมรายงานแบบไม่เปิดช่องให้หัวหน้าซักถาม ได้ผลครับ จากหน้าเครียดขุ่นเป็นรอยยิ้มขึ้นบานฉ่ำเต็มหน้าเลย
“เออ ให้มันได้ยังงี้สิ ผมนึกอยู่เหมือนกันว่า คุณไม่เคยพลาดเรื่องแบบนี้นี่หว่า” ท่านกล่าวแบบคนละอารมณ์กับขาเข้าเลย
“ขอบคุณครับท่าน และต้องขอโทษท่านด้วยครับที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายและทำให้ท่านร้อนใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขออนุญาตไปเข้าเวรต่อนะครับ” ผมรีบชิ่งก่อนความแตก
“เอา เอา เชิญเลย ขอบคุณมาก” ท่านตอบอย่างอารมณ์ดี
ผมเปิดประตูออกมาจากห้องท่าน มือขวากำขึ้น แล้วกระทุ้งศอกเข้าหาตัวเองเผลอร้องซะดัง “YES YES YES หนูทำได้ รอดตายแล้วเว้ย” แน่นอนครับ เย็นนั้นผมชวนน้องฝึกงานและพี่ๆน้องๆเพื่อนร่วมงานไปกินเบียร์กันโดยขอเป็นเจ้ามือเอง สร้างความงุนงงให้กับพรรคพวกว่าในโอกาสอะไร ผมก็บอกได้แค่ว่า แค่อยากกินครับ เหตุผลจริงๆอย่าไปรู้เลย
คดีนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจน้อง เดี๋ยวจะโดนฟ้องซะ
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น