banner_UK

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ตกลงกันไม่ได้ก็ต้องยึด

ทุกวันนี้เหตุรถชนถ้าไม่ถึงกับมีคนเจ็บ คนตาย ในยุคนี้นับว่าร้อยเวรค่อนข้างจะตัดสินได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก ยิ่งคู่กรณีที่มีประกันภัย จะชั้นไหนก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่ พ.ร.บ.ฯ ก็ยิ่งลดภาระการสอบสวนให้กับร้อยเวรเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทประกันภัยจะมีพนักงานเคลม ซึ่งจะไปถึงที่เกิดเหตุเพื่อบริการลูกค้าและรักษาผลประโยชน์ให้กับทางบริษัท ในบางครั้งก็สามารถรวบรวมพยานหลักฐานแทนร้อยเวรและเจรจากับคู่กรณี จนเป็นที่เข้าใจ และสามารถสรุปเหตุการณ์ให้ร้อยเวรเพื่อง่ายต่อการสอบสวนได้อีกต่างหาก ซึ่งขึ้นอยู่กับไหวพริบและปฏิภาณของพนักงานเคลม แต่ละคนว่าจะสามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุและอธิบายเหตุการณ์ให้ร้อยเวรฟังได้เข้าใจเพียงใด ดังเช่น คู่นี้ครับ คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีประกันชั้น 1 กันทั้งสองฝ่าย รถก็มีแต่ร่องรอยความเสียหาย ไม่มีผู้บาดเจ็บ สำหรับร้อยเวรนับว่าเป็นคดีหมูมาก อย่ากระนั้นเลย ทดสอบความสามารถนายตำรวจฝึกงานรุ่นน้องดีกว่า คดีหมูๆ น่าจะเคลียร์ได้ แมทช์นั้นผมเลยทำตัวเป็นกุนซือนั่งในห้องพนักงานสอบสวน แล้วมอบหมายให้น้องฝึกงานไปทดสอบวิทยายุทธที่ข้าพเจ้าได้พร่ำฝึกสอนมาตลอดสองเดือนเต็ม
“จะดีเหรอครับพี่ ผมยังตื่นเต้นอยู่เลย” น้องฝึกงานบอกผมอย่างไม่มั่นใจ
“อีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปรับตำแหน่งจริงแล้ว คดีจิ๊บจ้อยแค่นี้ รถชนท้าย มีประกันทั้งคู่ ไม่มีเจ็บไม่มีตาย ง่ายๆแค่นี้เคลียร์ไม่ได้ ตายแน่ถ้าไปลงบรรจุจริงๆ” ผมตอบสร้างความเชื่อมั่นให้รุ่นน้อง
“ครับ ลองดู แต่พี่อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ เผื่อผมตื่นเต้นนึกอะไรไม่ออกจะได้ถอยมาถามพี่” รุ่นน้องบอกกันเหนียว เผื่อพลาด แต่ผมก็พยักหน้าตอบรับเพื่อความอุ่นใจร้อยเวรมือใหม่
ว่าแล้ว ผมก็แอบมองอยู่ในห้อง เห็นรุ่นน้องว่าความด้วยท่าทีขึงขัง แหม เห็นแล้วภูมิใจ ไม่เสียแรงผู้บังคับบัญชาไว้ใจให้เราเป็นครูฝึกตั้งแต่ร้อยตำรวจตรี ขณะกำลังภูมิใจ ได้ยินเสียงคู่กรณีเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มรับรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติทันที จึงได้ส่งซิกเรียกรุ่นน้องมาถาม ก็ได้ความว่า รถคันหน้าให้การว่า ขับมาในเลนส์ตรงๆ อยู่ดีๆก็มีรถคันหลังมาชนท้าย ส่วนรถคันหลังที่ชนท้ายเค้าให้การว่า รถคันหน้าเปลี่ยนช่องทางในระยะกระชั้นชิดจากเลนส์ขวามาเข้าเลนส์กลางหน้ารถคันหลังทำให้เบรคไม่ทัน เลยชนท้าย เอาแล้วงัย
แม่เจ้า สมกับเป็นมือใหม่จริงๆ ขนาดรถชนท้ายกันยังเคลียร์ไม่จบ แถมออฟชั่นมีประกันชั้น 1 ทั้งคู่ อยู่ๆหาเรื่องปวดกบาลมาเข้าตัวซะแร้วเรา ครั้นจะออกไปแสดงตัวแล้วเคลียร์แทนเลย เด๊วน้องก็จะเสียหน้า คิดได้ดังนั้น ผมก็เลยให้รุ่นน้องแยกสอบสวนปากคำคู่กรณีทีละฝ่าย โดยให้รถคันหลังให้การก่อน อีกคันให้ออกไปรอหน้าห้องรับแจ้งความ ดูรุ่นน้องมั่นใจขึ้น เมื่อกุนซือให้ข้อแนะนำ ว่าแล้วผมก็แอบดูตามระเบียบ เห็นคนขับรถคันหลังนั่งเฉยๆไม่ค่อยพูด แต่เจ้าพนักงานเคลมประกันเล่าซะละเอียดเท่านั้นยังไม่พอ เอากระดาษมาเขียนเป็นช่องทางเดินรถ แล้วควักกระเป๋าเอกสารเอารถเด็กเล่นขนาดเล็กมาสาธิตเส้นทางการขับขี่ของลูกค้าอธิบายประกอบท่าทางให้ร้อยเวรมือใหม่ดู งานนี้เจอของแข็งเข้าแล้วไอ้น้องเอ๋ย ผมนึกในใจ
สักพักร้อยเวรมือใหม่ก็เชิญคนขับพร้อมพนักงานเคลมออกไปรอด้านนอก แล้วเชิญคู่กรณีอีกฝ่ายเข้ามา โดยขอยืมรถเด็กเล่นทั้งสองคันไว้ก่อนเพื่อให้คันหลังอธิบายเส้นทางการขับขี่
หลังจากได้คำให้การทั้งสองฝ่าย ร้อยเวรมือใหม่ก็กลับเข้ามาหาผม
“พี่ครับ คู่กรณีทั้งสองฝ่ายก็ให้การยืนยันเหมือนเดิมครับพี่ ขนาดเอารถมาสาธิตเส้นทางการขับขี่ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมทั้งสองฝ่าย” ร้อยเวรมือใหม่ชักอาการไม่ค่อยดี กลัวจะเคลียร์ไม่จบ
“ไม่เป็นไรน้องอย่าเพิ่งตื่นเต้น วันแรกก็อย่างงี้แหระ เอางี้ ถ้าคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็ลงบันทึกประจำวันรับคดี แล้วก็ต้องทำความเข้าใจกับคู่กรณีด้วยว่า ต้องขอยึดรถไว้ก่อนเพื่อตรวจสภาพ แล้วนัดพรุ่งนี้อีกทีตอนเราเข้าเวร” เทคนิคนี้ซือแป๋ยังยอม มีประกันแล้วดันต้องมาเสียเวลาเพราะพนักงานเคลมหัวหมอไม่ยอมรับความจริง สอนลูกค้าให้โกหกร้อยเวรซะได้ ถ้าร้อยเวรมือใหม่อาจทำให้สับสนได้ แต่มือเก๋าอย่างเราฝันไปเถอะเพื่อน
“อ้อ น้องแล้วอย่าลืมลงประจำวันยึดรถทั้งสองคันแล้วให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายลงชื่อยินยอมให้ยึดรถเพื่อตรวจสภาพด้วยนะ อ้อ!! อย่าลืมให้พนักงานเคลมทั้งสองฝ่ายเป็นพยานด้วยล่ะ เด๊วพี่ขอตัวไปหาอะไรกินที่ร้านค้าข้างโรงพักสักสิบห้านาทีนะ” ผมกำชับบอกรุ่นน้องไปเพราะเชื่อว่า ยังงัยก็แล้วแต่เจ้าของรถใครจะบ้ายอมให้ยึดรถ คดีเล็กน้อยอย่างนี้ไม่คุ้มกับค่าเสียเวลา เดี๋ยวความจริงก็ปรากฎออกมาแหระ ว่าแล้วก็ลงไปหาอะไรอร่อยๆหม่ำซะหน่อย
หลังจากเอ้อระเหยลอยชายกับกระเพาไก่ไข่ดาวตบท้ายด้วยลอดช่องสิงคโปร์(แต่ลาวทำขายนะ) กลับขึ้นมาบนโรงพักเจอรุ่นน้องพอดีเดินยิ้มเข้ามาให้ผม
“เป็นงัยคดีรถชนเมื่อกี้ เรียบร้อยยัง” ผมถามอย่างอารมณ์ดี
“เรียบร้อยครับพี่ ยึดรถเรียบร้อย คู่กรณีทั้งสองฝ่ายลงชื่อพร้อมพยานด้วยครับ ถึงเค้าจะงงๆนิดๆแต่ก็ยอมเซ็นต์ครับ” รุ่นน้องตอบอย่างเชื่อมั่นในตัวผม แต่ผมสิ เหงื่อแตกเลย คิดในใจ ตายล่ะหวาแล้วถ้ารถเค้าโดนงัดที่โรงพักมีหวังได้คดีอาญาเพิ่มอีกแน่ งานนี้ไม่ต้องมาเฝ้ารถกันเลยเหรอเนี่ย ว่าแล้วก็บอกรุ่นน้องอย่างใจดีสู้เสือ
“เฮ้อ!! พาพี่ไปดูรถหน่อย” ผมบอกน้องด้วยอารมณ์เซ็งโกะ แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็ขึ้นในชีวิตผม เมื่อรุ่นน้องผม ใช้มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงซ้ายขวาแล้วแบมือให้ผมดู
“เฮ้ยยยยย!!!!! นี่มันรถเด็กเล่นนี่หว่า เอ็งยึดรถที่พนักงานเคลมสาธิตการขับขี่ เร๊อะ บ้า!! ป่าว!!!!” ผมตกใจสุดชีวิตพร้อมเอามือกุมขมับ หูอื้อตาลายไปหมดแทบยืนไม่อยู่

คดีนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจมือใหม่ เด็ดขาดดด อาจเกิดเหตุการณ์เหนือกว่านึก ลึกกว่าที่คิดได้

ปล. หลังจากผมหายหน้ามึดตาลาย ไอ้เจ้ารุ่นน้องตัวแสบมาสารภาพกับผมว่า คู่กรณีตกลงกันได้แล้ว คันหลังยอมรับว่าชนท้าย เพราะกลัวเสียเวลา แต่ไอ้เจ้ารุ่นน้องมันนึกสนุกแผลงๆ เลยขอยืมรถพนักงานเคลมมาแกล้งอำผมเล่น เลยโดนเขกกบาลไปที ล้อกันเล่นอย่างงี้ ถึงขี้แตกนะน้องงงง...จะบอกให้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น