“เนื้อคู่กันแล้ว ก็คงไม่แคล้วกันไปได้” เสียงเพลงจากวิทยุเอเอ็ม กรุเพลงเก่าของใครมิอาจทราบได้ ดังมาจากหลังโรงพัก ขณะที่ผมกำลังเดินขึ้นบันไดจะไปเข้าเวร ทำให้นึกถึงคดีผัวๆเมียๆ หลายต่อหลายคดี ถ้ามีการทำเรตติ้งล่ะก้อ น่าจะสูสีกับคดีจับการพนัน ถึงแม้รูปแบบคดีจะซ้ำๆ แต่ลีลาและเรื่องราวไม่มีซ้ำกันเลยครับท่าน นึกถึงยังไม่ทันไร เสียงดังเอะอะโวยวายลั่นโรงพักมาจากอีกฝั่งปีกของโรงพัก เช่นเคยครับ วันนี้เข้าเวรจราจร รอด!!!
“ไหน ไหน ตำรวจอยู่ไหน ลากคอมันเข้าคุกเลย ไอ้ผัวเฮงซวย กูไม่อยู่ด้วยแร้ว” เสียงขรมมาแต่ไกลชนิดไม่เกรงใจตำรวจ ชัด!!! ผัวเมียตีกันมาแน่!!!
“รอสักครู่นะคร๊าบ พอดีร้อยเวรอาญารถติดอยู่ใกล้ถึงโรงพักแล้วครับ” ผมรีบต้อนรับขับสู้ ด้วยเกรงว่าจะโดนลูกหลง
“โอ้โห นี่ผัวเมียเค้าจะตีกันตายอยู่แล้ว ตำรวจยังติดไฟแดงอยู่อีกเหรอ กว่าจะไฟเขียวไม่ตายกันไปแล้วเรอะ คุณตำรวจ” เสียงเมียดูท่าไม่ค่อยยอม ลักษณะนี้เหมือนงานจะเข้า แฮะ เลยต้องปรามทัพไว้ก่อน
“อ๋อ ผมรับเรื่องแทนก่อนได้คร๊าบ เพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าเจ้าของคดียังมาไม่ถึงคร๊าบบบ” แหม่ คิดในใจรอดไปได้เปลาะนึง
“เอ้ารับแทนได้ใช่ มั๊ย” แล้วคุณเมียก็หันลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องรับแจ้งความ ตะโกนเรียกสามีอย่างดัง “ มึงมานี่เลย มาคุยกับร้อยเวรเค้า จะเอายังไง”
“ไอ้เนี่ยมันเมามาแล้ว ตบตีอีชั้นค่ะ คุณตำรวจ” เมียรีบแจ้งความก่อน ซึ่งผมก็พิจารณาดูแล้ว อาการบาดเจ็บของเมียก็มุมปากข้างซ้ายมีเลือดซึมๆอยู่นิดๆ แสดงว่าผัวนี่เมาแล้วซาดิสต์แน่ๆ แต่แล้ว คุณพระ เมื่อคุณผัวเปิดประตูมา เห็นเลือดกลบปาก ตาเขียว เดินกระเผกมา กลิ่นละมุดคลุ้งไปหมด(แสดงว่าเหล้าราคาถูก อิอิ)
“พี่ ไปหาหมอก่อนมั๊ย” ผมบอกคุณสามีด้วยความเป็นห่วงในอาการบาดเจ็บ
“โอ๊ย ไอ้นี่มันตายยากค่ะคุณตำรวจ พอเหล้าเข้าปาก เห็นช้างตัวเท่าหมู หนอยแน่ะ บังอาจมาตบเมียโชว์เพื่อน เป็นงัย วงแตกเลยมึง” เธอยังไม่ลดดีกรีความโมโห ทำให้ผมไม่กล้าขัดจังหวะ เพราะจริงของเธอนะ ที่ผัวกินเหล้าแล้วเห็นช้างตัวเท่าหมู ดูจากเชฟเธอแล้ว น้องๆช้างจริงๆ ทำให้นึกเห็นใจฝ่ายชายขึ้นมาทันที ส่วนผมตีหน้าขรึม ไม่พูดอะไร ปล่อยให้ความเงียบลดดีกรีทั้งสองฝ่ายก่อน ซึ่งจริงๆแล้ว นึกอะไรไม่ออก เกิดพูดผิดหู นึกว่าร้อยเวรเป็นผัวตบคว่ำไปอีกคนล่ะยุ่งเลย
ได้ผลครับ ท่านผู้ชม ฝ่ายผัวก็ไม่พูดอะไรซักคำ เอาแต่เช็ดเลือดที่กลบปาก แล้วก็เอาชายเสื้ออีกข้างมาเป่าให้ร้อนเพื่อมาอังขอบตาที่เขียว ส่วนฝ่ายเมีย ดีกรีเริ่มลดลง หันมามองสามีจากสายตาแข็งเป็นเริ่มอ่อนโยนลง ผมยังคงนั่งขรึม (ยังนึกไม่ออกจะพูดอะไรดี) ได้แต่ส่งสายตามองสามีอย่างเห็นใจ ทันใดนั้นเองเมื่อผมมองไปสบสายตาฝ่ายเมียถึงกับร้องไห้โฮ เสียใจในอารมณ์ที่ตัวเองบรรเลงไปกับผัวซะเละ โอกาสเรามาถึงแล้ววววววว
“เห็นมั๊ย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากอารมณ์ชั่ววูบ” ผมเอ่ยแบบจำมาจากละครน้ำเน่าตอนพ่อผัวแม่ผัวชอบเข้ามาปลอบนางเอก แล้วสมองมันก็แล่นไปเรื่อย พูดไปเรื่อยๆ พอสรุปความได้ว่า เมื่อก่อนก็รัก อะไรๆก็หวาน ชี้นกเป็นไม้ ชี้กระต่ายเป็นพระจันทร์ มองเห็นแต่สิ่งดีๆ มองข้ามสิ่งไม่ดี พอมาตอนนี้ มองข้ามสิ่งดีๆ ที่ทำให้กันไปหมดก็เลยมีแต่อารมณ์
ฝ่ายเมียก็เริ่มใจอ่อนมาซับเลือดที่กลบปากซึมๆออกจากปากผัว เห็นแล้ว ก็ซึ้งอยู่แก่ใจจริงๆ นี่ล่ะน๊า ฤทธิ์สุรา แต่ด้วยความสงสัยว่า ฝ่ายผัวตอนนี้ซึมไม่กล้าหือไม่กล้าอือ ผิดวิสัยขี้เมา แล้วทำไมตอนอยู่ในวงเหล้ากับเพื่อนถึงกล้าตบเมียโชว์ ผีสิงรึงัย
“พอเหล้ามันหมด ผมกำลังจะเดินเข้าไปขอตังค์เมียหลังบ้าน พอกำลังจะผ่านประตู ผมสะดุดกับขื่อประตู มือเลยไปฟาดหน้าเมียเข้า ยังไม่ทันจะอธิบาย ก็ซ้ายนำเต็มปาก จากนั้นก็ครบเครื่องแม่ไม้มวยไทย ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหระ ค๊าบบบบ” ผัวตอบ
“อ้าววววววววววววววว” ผมงงถึงบางอ๋อเลย ก็เลยแนะนำไปว่า “ทีหลังอย่ากินเหล้ายี่ห้อนี้อีกนะ กินแล้วเจ็บตัวอ่ะ ลองเปลี่ยนยี่ห้ออื่นดู เมียอาจจะชอบก็ได้นา”
“แล้วพี่ทำไมไม่บอก ดูซิปล่อยให้น้องเข้าใจผิด” ฝ่ายเมียเริ่มอ้อนเชียว ผมได้แต่นึกในใจว่า โอ้โฮ ผัวโดนไปซะครบเครื่องขนาดนี้ คงได้มีโอกาสอธิบายอยู่ร๊อก นี่รอดตายได้ก็บุญแล้วนะเนี่ย
“แล้วพี่ผู้ชายจะเอาเรื่องเมียทำร้ายร่างกายมั๊ยครับเนี่ย” ผมถามอย่างไม่แน่ใจ แต่คำตอบที่ได้รับ “ม่ายหรอกครับ ผมรักของผม” อื้อหือ ลองรักขนาดนี้ ข้าพเจ้าไม่เอาด้วยคนล่ะว๊า
“แล้วพี่ผู้หญิงล่ะ จะเอาเรื่องอะไรพี่ผู้ชายรึป่าว” ผมย้ำเพื่อปิดคดี
“อู้ย ไม่หรอกค่ะ ของอย่างงี้ เคลียร์กันเองที่บ้านดีกว่า” ฝ่ายหญิงตอบ
“น้านนนน เอาเข้าไป พอเข้าใจกันได้ ก็ไม่อายตำรวจเลยเนอะ” ผมหยอกทั้งคู่
ทันใดนั้นเองเจ้ารุ่นน้องร้อยเวรเจ้าของคดีก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
“พี่ขอโทษครับมาสาย พอดีมีรถชนอยู่หน้ารถผมพอดี ก็เลยแสดงตัวเป็นร้อยเวร พาเข้าโรงพักมาส่งพี่ถึงที่เลยครับ” รุ่นน้องรายงานถึงเหตุมาช้า แต่ผมสิ ไม่รู้จะขอบใจในน้ำใจมันยังไงดี อุตส่าห์หอบลูกคดีมาส่งถึงที่ ก็เลยหยอกคืนไปบ้าง
“เอ้า นี่ก็คดีของน้อง มารอนาน แล้ว พี่โม่ให้เรียบร้อย เคลียร์ต่อเองละกัน”ผมบอกรุ่นน้อง
แล้วก็หันไปบอกคู่ผัวเมียก่อนจะขอตัวไปเคลียร์คู่กรณีคดีจราจรนั่งรออยู่โต๊ะถัดไป
“นี่ ทีหลังเวลาแต่งงานน่ะ หัดมาบอกตำรวจมั่งนะ จะได้ไปกินโต๊ะจีนร่วมแสดงความยินดี พองานแต่งไม่เคยมาเรียก พอตีกันเรียกแต่ตำรวจเลยนะ” ผมหยอกเล่นเมื่อเห็นว่าทุกอย่างแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว แล้วก็ขอตัวไปเคลียร์คดีรถชน
หลังจากน้านประมาณสองเดือน ผมได้รับการ์ดแต่งงาน เมื่อเปิดซองดู ชื่อเจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็ไม่ค่อยคุ้น แต่เหมือนเคยผ่านตา เลยไปเปิดคดีย้อนหลัง อ้อ เป็นคู่กรณีรถชนวันที่ผัวเมียตีกันนี่เอง คงได้ยินผมบอกคู่ผัวเมีย อิอิ ได้ผลแฮะ หลังจากไปงานแต่งถึงได้ถึงบางอ้อว่า คู่บ่าวสาวได้ยินผมบอกคู่ผัวเมียที่ตีกันเมื่อวันที่ทั้งคู่เกิดรถชน ก็เลยนึกจะแก้เคล็ดเชิญตำรวจไปร่วมงานแต่ง จะได้ไม่ต้องตีกันขึ้นโรงพัก เอ้อ เป็นยังงี้นี่เอง จากนั้นทั้งคู่ก็ขอให้ผมขึ้นเวทีอวยพร ผมรีบชิ่งก่อน โดยขออวยพรตรงซุ้มถ่ายรูป แล้วรีบขอตัวกลับ อ้างว่าต้องไปเข้าเวรต่อ
“เฮ้อ จะให้ไปอวยพรบนเวที ขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย ขอให้มีความสุข ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองละกัน คร๊าบบบบ ผม”
คดีนี้สอนให้รู้ว่า เรื่องผัวๆเมียๆน่ะ แก้เคล็ดได้ด้วยการ ให้เชิญร้อยเวรไปงานแต่งงานนะคร๊าบบบ
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น