banner_UK

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ต่อเวลาอีกทีซิ

“เป็นงัยเพื่อน หน้าไม่รับแขกแต่เช้าเลย” ผมทักเพื่อนขณะมาถึงห้องพนักงานสอบสวน
“เซ็งว่ะ คดีประกันตัวผู้ต้องหาจะครบหกเดือนแล้ว ยังทำสำนวนไม่เสร็จเลย” เพื่อนผมตอบด้วยอารมณ์สุดบรรยาย เพราะมันหมายถึงว่า ถ้าครบ 6 เดือน แล้วยังไม่สามารถส่งสำนวนให้อัยการพร้อมตัวผู้ต้องหาได้ ก็หมดอำนาจควบคุม ในหัวคิดออกอย่างเดียว กรรมการ กรรมการ และ กรรมการ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตั้งแต่เป็นนักเรียนแล้ว เป็นตำรวจแท้ๆ ไม่ใช่นักกีฬา เท่าที่จำได้จะมีแต่คำว่า กรรมการ เป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวสำหรับร้อยเวรที่ไม่เคยโดนตั้งกรรมการสอบสวน
“โห!!!! ตั้งหกเดือน บอกไปแล้วใครจะเชื่อวะเนี่ยว่าสำนวนยังไม่เสร็จ” ผมกล่าวแบบไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เพื่อนหน้าซีดกว่าเดิมอีก ผมเกรงว่าเพื่อนจะเสียกำลังใจก็เลยพูดให้กำลังใจเพื่อนไปว่า “เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก เด๊วกรูหาทางช่วยเพื่อนเอง” ผมมักจะปากไวอย่างนี้เสมอเวลาเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เซ็งกับชีวิตในเรื่องสำนวนเนี่ย
“จริงเหรอวะ ขอบใจมาก กูรอดตายแล้ว” เพื่อนผมมันหน้าเปลี่ยนอารมณ์ทันที แถมใจดีจะพาไปเลี้ยงเบียร์สดที่ลานเบียร์ฝั่งตรงข้ามด้วย แหม!! เห็นเพื่อนอารมณ์ดียังงี้แล้วค่อยรู้สึกดีหน่อย แต่เอผมลืมถามมันไปว่า ไอ้ที่ว่าใกล้จะครบน่ะ อีกกี่วัน
“ถ้าไม่นับวันนี้ก็สองวันเพื่อน แต่ช่างมันเถอะ กูรู้มึงช่วยกูได้ วันนี้ไปกินเบียร์กันก่อนละกัน พรุ่งนี้เดี๋ยวเอาสำนวนให้ดี ตอนนี้กูไปเวรฝากขังก่อนนะ” มันพูดเอง เออเองเลยทีนี้ กลายเป็นผมครับหน้าถอดสีเลย เหลืออีกสองวัน ขนาดซุปเปอร์แมนยังทำไม่ทัน คิดในแง่ดี ผลตรวจพิมพ์มือ รายงานกองพิสูจน์หลักฐานคงมาหมดแล้ว ก็น่าจะเหลือแค่สรุป เอาว่ะ!! ช่วยๆกันทำสองวันก็น่าจะเสร็จ ผมคิดไปเออออไปกับตัวเอง สรุปเย็นนั้น เบียร์จืดสนิท ไร้ซึ่งรสชาติ เหนื่อยเพราะปากแท้ๆเรา แต่แล้วถึงยางตายทีไร คนเรามักจะมีไอเดียดีๆหนีเอาตัวรอดได้เสมอ
“เพื่อนเลิฟ วันนี้ทำหนังสือแจ้งส่งตัวผู้ต้องหาแล้วโทรไปแจ้งนายประกันเลยนะ พรุ่งนี้เราจะส่งตัวผู้ต้องหากัน” ผมแจ้งเพื่อนโดยยังไม่ได้บอกแผน
“เฮ้ย!! ยังส่งสำนวนไม่หรอก คดีนี้ให้น้องฝึกงานทำ มันลืมส่งพิมพ์มือไปตรวจ” เพื่อนผมเริ่มเผยความหายนะมาอีกระดับนึง
“เพื่อนว่าอะไรนะ ยังไม่ได้ส่งพิมพ์มือ?” ผมเพิ่งรู้ว่าเวลาเหงื่อ 1 หยดมันไหลออกมาเวลาที่เราคิดว่าถึงที่สุดของชีวิตน่ะ เค้าเรียกว่า ยางตาย มันค่อยๆไหลย้อยลงมาจากหัวไม่รู้ว่าตรงไหนแต่มักจะไหลมาที่ขมับลงมาเรื่อยๆ ผมทำได้อย่างเดียวคือ ใจดีสู้เสือเข้าไว้
“หวังว่าเพื่อนคงไม่ได้ลืมพิมพ์มือผู้ต้องหานะ” ผมถามเพื่อความแน่ใจ
“บ้า!! ผู้ต้องหาประกัน ใครจะกล้าลืมพิมพ์มือ แต่เลขคดีน่ะดิหาไม่เจอ” เพื่อนผมตอบหน้าตาเฉย
“โห ตัวใครตัวมันเลยเหอะ ถ้าคดียังไม่ได้รับอีกเนี่ย” ผมเริ่มหมดความหวัง
“กูล้อเล่นน่าเพื่อน แล้วตกลงให้โทรนัดนายประกันเลยเหรอ จริงๆไม่ต้องทำหนังสือก็ได้ เพราะในใบนัดก็ครบส่งตัวพรุ่งนี้อยู่แล้ว แต่เรื่องโทรไปนัดไม่มีปัญหาเด๊วโทรเลย” เพื่อนผมตอบอย่างมั่นใจ แต่ผมเองสิ เริ่มไม่มั่นใจมันแล้ว
หลังจากนั้น การดำเนินการทางแผนลับสุดยอดสำหรับคดีเพื่อนก็ถูกผมดำเนินการอย่างลับๆ ซึ่งเรื่องนี้จะไม่สามารถแพร่งพรายให้ใครรู้ได้ แม้แต่เจ้าของคดีเอง ถ้าเกิดเสียแผนล่ะก้อ ทั้งผู้ต้องหาและร้อยเวร น่าจะได้เข้าคุกด้วยกันเลยล่ะ แล้ววันรุ่งขึ้นก็มาถึง เพื่อนผมก็พานายประกันและผู้ต้องหามาหาผมตามนัด
“นายประกันใช้อะไรเป็นหลักประกันครับ” ผมถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช้ตำแหน่งราชการค่ะ แต่ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าต้องใช้หลักทรัพย์อื่นหรือเงินสดก็พร้อมค่ะ” นายประกันตอบ
“แสดงว่าเตรียมมาพร้อมแล้วนะครับ คืองี้ครับ ผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือยังไม่มาน่ะครับ ผมคิดว่าถ้าผู้ต้องหามั่นใจไม่ได้กระทำผิดมาก่อน การที่มีผลการตรวจลายนิ้วมือทางกองทะเบียนประวัติอาชญากรมายืนยันเป็นเอกสารน่าจะเป็นผลดีกับผู้ต้องหาในส่วนนี้ นายประกันคิดว่าเห็นควรจะรอมั๊ยครับ” ผมเริ่มอธิบาย
“ดิฉันยืนยันได้เลยค่ะว่าผู้ต้องหาไม่เคยทำผิดมาก่อน และยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าศาลท่านเมตตาผู้ต้องหาไม่เคยกระทำผิดมาก่อน อาจรอลงอาญาก็ได้ ดิฉันเห็นด้วยกับผู้หมวดค่ะ” นายประกันตอบ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ผมเลยต้องฉวยโอกาสนี้ปฏิการณ์ทันที
“คือว่า ตอนนี้ครบอำนาจตำรวจในการปล่อยชั่วคราวแล้วครับ แต่ว่าถ้าต้องรอผลพิมพ์มือ อาจจะต้องใช้เวลาซักอาทิตย์นึง ถ้าผมนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลแล้วทางคุณไปประกันตัวที่ศาลจะสะดวกรึป่าวครับ”
“ก็ได้ค่ะ แล้วต้องไปศาลเลยรึป่าวคะ” นายประกันถาม
“ไปเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา ส่วนทำเรื่องประกัน เดี๋ยวหมวดเจ้าของคดีเค้าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นะครับ พาไปที่ศาลและไปแผนกประกันตัว” ผมกล่าวอย่างดีใจสุดๆ
“ขอบคุณมากเลยค่ะ ต้องรบกวนผู้หมวดอีกแล้ว” นายประกันกล่าวอย่างเกรงใจ หลังจากนั้นทั้งร้อยเวรเจ้าของคดี ทั้งผู้ต้องหา และนายประกัน ก็พากันไปศาล โดยผมได้เตรียมใบฝากขังครั้งที่ 1 ให้เพื่อนไปเรียบร้อย แถมย้ำนักย้ำหนา ดูแลทั้งคู่ดีๆนะ แล้วก็ดูแลพี่ๆที่ทำเรื่องประกันด้วย ถ้าสำเร็จตามนี้ เพื่อนก็จะมีเวลาอีก 12 วัน แต่ถ้าไม่ ก็ตัวใครตัวมันนะ ช่วยได้เท่านั้นแหระ
แล้วเย็นนั้น ผมก็ได้กินเบียร์อีกรอบ แต่คราวนี้มีเจ้าภาพร่วมด้วยครับ เป็นนายประกันสาวนั่นเอง เป็นการขอบคุณที่เราทั้งสองช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการพิมพ์เอกสารและเรื่องการประกันตัวที่ศาล โดยหารู้ไม่ว่า เราทำเพื่อชีวิตเราจริงๆ เฮ้อ!!! ต่อมาในวันรุ่งขึ้นผมขณะที่ผมไปถึงห้องพนักงานสอบสวน ก็เจอเพื่อนผมกำลังนั่งง่วนอยู่กับการพิมพ์เอกสารสำคัญ
“ทำไรวะเพื่อน หน้าตาแจ่มใสเชียว” ผมทักเพื่อนอย่างอารมณ์ดี
“พอดีกูได้ไอเดียจากที่เราไปฝากผู้ต้องหาประกันน่ะ ก็เลยคิดว่าน่าจะได้อีกซักฝากนึง เลยมาพิมพ์ฝาก 2 ไว้ก่อน” เพื่อนผมตอบหน้าตาเฉย
“เฮ้ย!!! คราวที่แล้วน่ะ ฟลุ๊คนะโว้ยที่ท่านให้ ปกติกูก็ยังไม่เคยทำอย่างนี้นะ” ผมตอบอย่างตกใจในความคิดเพื่อน
“ล้อเล่นน่าเพื่อน เพื่อนช่วยขนาดนี้ใครจะไปกล้าพลาดอีก นี่มันฝาก 2 ของคดีอื่น เดี๋ยวพิมพ์เสร็จไปรับผลพิมพ์มือที่ ทว.เองอ่ะ พรุ่งนี้ก็น่าจะส่งสำนวนได้แล้ว” เพื่อนผมตอบ ค่อยโล่งอกหน่อย ยังไม่อยากคิดเลยว่า ถ้าเป็นคดีของเราเองจะคิดออกหรือป่าวเนี่ย เฮ้ออออ!!!


คดีสอนให้รู้ว่า ขนาดเสือยังลืมป่า หมายังลืมวัด ปลากัดยังลืมขวด แล้วทำไมตำรวจจะลืมสำนวนไม่ได้ล่ะจ๊ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น