banner_UK

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เรื่องสุนัขสุนัข

มิตรรักพนักงานสอบสวนทั้งหลายเคยประสบปัญหาอย่างผมบ้างมั๊ยครับ วันไหนที่จั่วหัว
ด้วยคดีอะไร มันก็มักจะตามด้วยคดีทำนองน้านทั้งผลัดเลย จริงๆผมก็ไม่ได้เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ หรือดวงหรอกครับ แต่มันข้อสังเกตที่เกิดขึ้นบ่อยมากๆ เช่น ถ้าวันไหนมีคนบ้ามาแจ้งความตั้งแต่คดีแรก วันน้านทั้งวันจะมีแต่คนบ้ามาโรงพัก และเวรผลัดนี้ก็เช่นกัน เวรผลัดเช้าเข้าตั้งแต่หกโมงเช้า ขณะกำลังลงประจำวันเข้าเวรอยู่
“หมวดครับ หมวดครับ ผมถูกทำร้าย ครับ” ชายวัยกลางคน เปิดประตูห้องรับแจ้งความอย่างรีบร้อน เดินขากระเผกตรงรี่เข้ามาหาผม
“นั่งก่อน นั่งก่อน ไหวมั๊ยเนี่ย ไปหาหมอก่อนมั๊ย” ผมถามด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าอาการบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น
“ไม่เป็นไรครับ ผมต้องการให้ไปจับคู่กรณีผมให้ได้ก่อนครับ ค่อยไปหาหมอ” ชายคน
ดังกล่าวยังคงอาฆาตผู้ทำร้ายต้องการให้ตำรวจจับมาดำเนินคดีให้ได้ ผมคะยั้นคะยอให้ไปพบแพทย์ก่อนก็ไม่ยอม ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิม ผมจึงได้แจ้งพนักงานวิทยุให้สายตรวจในเขตพื้นที่เกิดเหตุใกล้เคียงนำตัวคู่กรณีมาโรงพัก โดยให้ชายเจ้าทุกข์คนดังกล่าวบอกตำแหน่งสถานที่เกิดเหตุพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับคู่กรณีให้พนักงานวิทยุ
สิบห้านาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจท้องที่ก็วิทยุมารายงานว่า ไม่สามารถนำตัว
คู่กรณีมาได้ เพราะเกรงว่าคู่กรณีอาจทำร้ายเจ้าหน้าที่สายตรวจ ขอให้ร้อยเวรนำรถยนต์พนักงานสอบสวนมารับไปเอง ผมก็เลยแจ้งทางวิทยุไปว่า ผมรับเรื่องแล้วถ้าคู่กรณีขัดขืนก็ขอกำลังเสริมเข้าจับกุมเลย เสียงวิทยุแว่วๆมา พอจับใจความว่า
“อย่าเลยว่ะ เด๊วมันกัด ให้หมวดแกมาคุยกับเจ้าของเองดีกว่า” ผมเลยถามเจ้าทุกข์ว่า คู่กรณีเป็นบ้าสติไม่ดีเหรอทำไมถึงจะกัดตำรวจ ชายดังกล่าวตอบด้วยสีหน้าอาฆาตว่า
“หมวดครับ มันไม่ได้ เป็นบ้า มันเป็นหมา ค๊าบ” โห จี๊ดเลย จี๊ดแต่เช้า จั่วหัวมาคดีแรก สุดท้ายก็ต้องมาทำความเข้าใจว่าคู่กรณีที่แท้จริงคือ เจ้าของหมา ไม่ใช่หมา ไปหาหมอแล้วสามารถเรียกค่ารักษาจากเจ้าของหมาได้ เหตุการณ์ก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่การณ์หาเป็นดังที่ผมคิดไม่ เพราะคำตอบที่ได้รับคือ
“ค่ารักษาผมไม่แคร์ ผมมีเงิน แต่ที่ผมต้องการคือ ให้ตำรวจดำเนินคดีกับหมาให้ถึงที่สุด” เฮ้อ!! ตำรวจนะคร๊าบ ไม่ใช่เทศบาล ผมนึกในใจ แต่ก็ตบท้ายไปด้วยยาขนานเอกด้วยการลงบันทึกประจำวันเรียกเจ้าของหมามาเสียค่าปรับ ข้อหา ปล่อยสัตว์ดุร้ายฯ แล้วจ่ายค่ายาให้คนเจ็บ
ขณะกำลังลงบันทึกประจำวันปรับเจ้าของหมา ก็ได้รับแจ้งเหตุ ว.40 (เหตุรถชน) ชนแล้ว
หลบหนี ผู้บาดเจ็บเป็นผู้ขับขี่รถ จยย. ยังอยู่ในที่เกิดเหตุรอร้อยเวร (อีกแระ บาดเจ็บทำไมไม่หาหมอกันก่อนเนี่ย) ผลัดนี้เข้าเวรเดี่ยวครับ เพราะร้อยเวรรุ่นน้องอีกคนป่วย เป็นไส้อั่ว เอ๊ย ไส้ติ่ง เพื่อเป็นการบรรเทาอาการจี๊ด ผมเลยขอตัวเจ้าทุกข์คู่กรณีกับหมา เพื่อไปดูเหตุรถชนก่อน ระหว่างทางก็นึกพลางๆไปว่าตำรวจเรานี่เป็นที่พึ่งประชาชนเหมือนเป็นฮีโร่ไปซะทุกเรื่อง ขนาดโดนหมากัดยังจะให้ไปจับหมา ขณะกำลังคิดเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงเรียกผู้ช่วยร้อยเวร “หมวดๆ ถึงแล้วครับ ที่เกิดเหตุ” ผมลงจากรถลงไปดูเห็นจักรยานยนต์ล้มอยู่ คนเจ็บนั่งชันเข่าอยู่ตรงฟุตบาทอันแสนจะแคบ มีหมวกกันน็อคคู่ใจวางข้างๆ บริเวณหน้าแข้งก็แดงไปด้วยคราบเลือด ผมตรงเข้าไปถามอาการและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เรื่องเจ็บน่ะพอทนไหวครับหมวด ว่าแต่คู่กรณีนี่สิครับ ผมอยากให้หมวดเอาตัวมาให้ได้ก่อนครับ จะได้มีคนจ่ายค่ายาให้ผม” คนเจ็บรีบแจ้งความประสงค์ให้ผมทราบ
“แล้วคุณขับมายังงัยครับถึงเกิดเหตุได้” ผมถามด้วยความสงสัยเพราะดูหลักฐานตามท้องถนนแล้ว แทบจะไม่มีร่องรอยคู่กรณี
“ผมก็ขับจากบ้านที่อยู่ท้ายซอยนี่ล่ะครับมุ่งหน้าจะไปปากซอย พอมาถึงตรงนี้ คู่กรณีอยู่ๆก็วิ่งออกมาจากริมทางด้านขวา วิ่งมาชนที่ล้อหน้าผม ทำให้เสียหลักล้ม แล้วก็หนีเข้าไปที่บ้านหลังนี้น่ะครับ” คนเจ็บเล่าพฤติการณ์แห่งคดีอย่างละเอียด
“แล้วเค้าขับมาเร็วมั๊ย ทำไมคุณถึงมองไม่เห็น” ผมถาม พลางชะโงกหน้ามองหาช่องที่จะสามารถมองเห็นข้างในบ้าน ซึ่งเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ ก็ไม่พบว่ามีรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ยิ่งสร้างความงุนงง
“มันวิ่งไล่กันมาสองตัวครับ พอไอ้ตัวใหญ่มันชนรถผมล้ม มันก็วิ่งหนีเข้าบ้าน ส่วนอีกตัวก็วิ่งหนีออกไปทางปากซอยครับ” คนเจ็บพูดแทรกขึ้นมาทำให้ผมเริ่มหายงง ยังไม่ทันได้คำตอบก็มีเสียงร้องเรียกดังออกมาจากรั้วบ้านที่ผู้ชนแล้วหนีหลบเข้าไปซ่อน ว่า
“หมาอีชั้นเองค่ะคุณตำรวจ เดี๋ยวจะจ่ายค่ายาให้นะคะ อย่าให้ถึงโรงถึงศาลกันเลย อีชั้นแก่แล้ว เอามันมาเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงาน่ะค่ะ” เสียงเจ้าของบ้านนั่นเอง อ้อ พ่วงตำแหน่งเจ้าของหมาด้วยอีกตำแหน่งนึง อะไรกันนี่ผลัดนี้มีแต่เรื่องหมาๆ ผมได้ยินเสียงผู้ช่วยร้อยเวรหัวเราะคิกคิกอยู่ด้านหลัง ก็เลยตอบท่านเจ้าของบ้านไป
“ไม่ต้องกังวลครับ ไม่ถึงโรงถึงศาลหรอกค๊าบ ถึงผมก็ปวดกบาลพอแล้วค๊าบ คุณป้าช่วยพาคนเจ็บไปหาหมอก็พอแล้วค๊าบ ถ้าคนเจ็บไม่สบายใจก็ไปลงประจำวันเป็นหลักฐานที่โรงพักด้วยก็ได้ค๊าบ” ว่าแล้วผมก็ลาเจ้าของบ้านควบตำแหน่งเจ้าของหมา คู่กรณีชนแล้วหนี ขอตัวกลับโรงพักไปเคลียร์เรื่องคนถูกหมาทำร้าย ค๊าบ
“เฮ้อ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ผลัดนี้มีแต่เรื่องหมาๆ....” กลับโรงพักดีก่า.....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น